วิถีชาววัง

          วิถีชาววัง
        หากพูดถึงการใช้ชีวิตของชาววัง   เราอาจจะยังไม่รู้ถึงกรรมวิธีและบริบทต่างๆ   นั้นระเบียบที่ทำให้ชาววังมีความเศษกว่าคนธรรมดา ชาววังจำเป็นต้องเรียนรู้ เราอาจจะไม่เคยรู้ถึง    “วิถีของชาววัง”    ที่แสนจะซับซ้อนมาก ที่เกิดจากภูมิปัญญาและความริษยาเรื่องเล่าของชาววังที่สืบต่อกันมา     เพื่อให้เห็นถึงการเป็นอยู่ของคนในวังที่มีชนชั้นสูงเป็นถึงเจ้าขุนมูลนายในยศศักดินาไทย     ก็ย่อมที่จะมีการปฎิบัติที่แตกต่างกันออกไปตามลำดับ
      นับได้ว่าเสื้อผ้าของชาววังนั้นนอกจะที่แตกต่างจากสามัญชนแล้วนั้น ยังมีลักษณะพิเศษนั้นคือกลิ่นที่หอมเย้ายวนใจ   จนได้ขึ้นชื่อว่า  “ชาววังนั่งที่ไหนหอมติดกระดานที่นั้นเลยที่เดียว”      ก็เนื่องมาด้วยจากกรรมวิถีและการช่างสังเกตุของคนในยุคนั้นนำมาซึ่งการใช้ต้นชะลูดหอมและลูกซัดเพื่อเพิ่มความหอมให้เสื้อผ้า โดยผ้าแต่ละชนิดก็จะมีก็จะใช้กรรมวิธีที่ต่างกันออกไป   เช่น   ผ้าบ้างชนิดจะผ่านกรรมวิธีหลังซักคือ    ใช้เปลือกหอยถูให้เงาส่วนมากจะเป็นผ้าภูษา  โดยต่อมานั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาจากเปลือกหอยและหินโมรากลับกลายมาเป็นการทำความสะอาดด้วย   ลูกปืน  ซึ่งจะมีพิธีที่ซับซ้อนเอามากตามแบบฉบับของชาววัง   การศึกษาค้นคว้าของคนในยุคนั้นทำให้เกิดมาเป็นเอกลักษณ์ในการทำความสะอาดของคนกลุ่มนี้
      คนในชาววังขึ้นชื่อว่าเป็น  “เจ้านาย” สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับการเสวยอาหารนั้นคือ   “หมูหวาน”  ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมาสำหรับมเหสีและเจ้าจอมหลายๆพระองค์     นับได้ว่าเป็นเครื่องเคียงที่จะต้องอยู่บนโต๊ะอาหารในทุกๆมื้อของชนชั้นเจ้านาย  โดยอาหารในทุกๆมื้อจะไม่มีรสจัดมากแต่จะต้องหวานนำ  ทั้งอาหารใต้  แกงไตปลา  แกงเหลือง   น้ำพริกหรือผักมาเคียงนั้น    เจ้านายจะเสวยหรือไม่นั้นก็จะต้องมี   หมูหวาน เป็นเครื่องเคียงอยู่บนโต๊ะเสมอ
     “ขึ้นชื่อว่าเจ้านายแล้ว จะต้องเสวยหวาน   โดยเฉพาะที่จะขาดเสียไม่ได้ก็คือ หมูหวาน เป็นต้นตำรับที่ว่าหวานต้องขึ้นโต๊ะเป็นประจำทุกมื้อ ยิ่งในสมัยรัชกาลที่  5  แล้วนั้นโดยเฉพาะเจ้าจอมทุกพระองค์เลยชอบเสวย เดี๋ยวนี้ก็ยังมีอยู่    เจ้านายบางองค์ถึงจะอยู่ข้างนอก     ก็ยังเคยสั่งทำหมูหวาน”  สมพร พ่วงพันธุ์ อาจารย์สอนแผนกการครัวไทยจากวิทยาลัยในวัง(หญิง) อธิบายถึงที่มาของคำว่าอาหารชาววังต้องการรสชาติหวานนั้น        “แต่หมูหวานนี้จะไม่เหมือนข้างนอก    ไม่ได้ใช้รากผักชี     พริกไทย กระเทียม ใช้แค่น้ำตาลปีบมาผัดให้หอม  เหมือนทำทอฟฟี่หรือตังเม แล้วใส่น้ำปลาลงไป   ต้องใช้ไฟอ่อนที่สุด   พอกลิ่นออกจึงใส่หมู  ซึ่งจะใช้หมูสามชั้น เพราะมีมันช่วยให้หมูที่ค้างคืนยังนุ่มเหมือนเดิม ที่สำคัญ คือไม่มีการใส่ซีอิ๊วดำ น้ำตาลที่ผัดจะทำให้เป็นสีออกนวลๆ”
        ในเรื่องของการช๊อปปิ้งนั้นของสาวชาววังก็ย่อมแตกต่างจากสามัญชนคนธรรมดาอยู่บ้างก็เนื่องด้วยจากการใช้เท่าที่ความจำเป็น เพราะสาวชาววังก็จะได้รับสิ่งของพระราชทานจากเจ้านายต้นสังกัดของตนอยู่แล้ว ทั้งเสื้อผ้าและอาหารการกิน  และเครื่องอำนวบความสะดวก      แต่ก็ยังมีความอยากช็อปปิ้งตามแบบฉบับของสาวๆ โดยของใช้ที่ชาววังหรือสาวๆ ในช่วงยุคนั้นนิยมมากที่สุด  แต่ก็คงจะหนีไม่พ้นของจิปาถะ   จำพวกเช่น สินค้าเบ็ดเตล็ดสารพัดชนิด   รวมถึงไม้แคะหู  หวีเสนียด  แต่ว่าด้วยเรื่องของระเบียบที่ทำให้สาวชาววังออกมาช็อปปิ้งค่อนข้างยากนั้น แต่ถ้าหากเจ้านาเสด็จออกมาซื้อของก็จะพลอยตามเจ้านายออกมาข้างนอกด้วยในบางครั้งแม่ค้าพ่อค้าที่มีบรรดาศักดิ์พิเศษนำสินค้ามาเสนอขายถึงในพระตำหนัก    โดยห้างในยุคสมัยนั้นก็จะมี   ห้างเอสทิสแมนแอนโก  ห้าง ม.ร อันเดร ฯลฯ ถือว่าเป็นห้างที่ฮิตอย่างมากในยุคนั้นเลยก็ว่าได้
      เพศ  เลสเบี้ยน   สำหรับชาววังก็มีเหมือนกัน นั้นก็คือการ   เล่นเพื่อน  นั้นเองโดยเรื่องแบบนี้ก็มีกันมาอย่างช้านานแล้วในสังคมไทยโดยเรื่องที่ เล่าขานกันในหมู่ชนชั้นชาววังนั้นก็คือเรื่องของ    หม่อมเป็ดสวรรค์ที่เล่นเพือนจนกรมหมื่นฯ  ทรงมาเห็นเข้าพอดี แต่ก็ไม่ได้ทรงกริ้วแต่กลับนำมาชุบเลี้ยงอย่างดี   จนมีการแต่กลอนเพลงยาว “ หม่อมเป็ดสวรรค์” ขึ้นให้ชาววังได้อ่านกันอย่างสนุกสนานแต่ก็ไม่ได้ระบุผู้แต่ง ในสังคมไทยความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิงในยุคนั้นแม้จะไม่ถูกครรลองของราชสำนักแต่ก็ได้รับการผ่อนปรนอยู่มาก ไม่ได้มีบทลงโทษไม่ร้ายแรง  เอาอย่างที่กฎมณเฑียรบาลบัญญัติโทษไว้เสียหนักหนา  จนมาถึงยุคในปัจจุบัน  ที่การมีความรักร่วมเพศกลายเป็นเรื่องที่คนในสังคม  มีการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยไม่มากก็น้อย   แต่ดังเช่นในอดีตเรื่องของหม่อมเป็ดสวรรค์  หากมีการลงโทษจริงๆแล้ว    ถือว่าได้รับบทลงโทษที่   รุนแรง  ตามที่กฎมณเฑียรบาลได้บัญญัติเอาไว้
     ห้องเหลือง ที่ใครๆก็ไม่อยากอยู่นั้น มันมีความหมายโดยในแต่ละห้องแต่ละสีก็มีความหมายบ่งบอกออกมานั้นคือ    ห้องน้ำเงิน   ซึ่งเป็นห้องไว้  ใช้สำราญร่วมกับสมเด็จพระอัครมเหสีและเจ้าจอมรวมถึง  พระบรมวงศานุวงศ์  โดยส่วนห้องเขียว  ก็คือห้องเสวยและเป็นที่เข้าเฝ้า  ของพระบรมวงศานุวงศ์   พระอัครมเหสี  เจ้าจอม   และผู้ที่รับใช้งาน   ส่วนห้องเหลืองนั้น เป็นห้องโถงใหญ่    ใช้สำหรับเสด็จออก    ฝ่ายที่ไม่มีหน้าที่ถวายการรับใช้   หรือเจ้าจอมที่ไม่มีตำแหน่งก็จะมารอรับเสด็จ   โดยรู้กันดีว่าผู้นั้นเป็นผู้ที่ไม่โปรดปราน       “จึงไม่มีหญิงคนใดอยากถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าจอมห้องเหลือง”    โดยในเรื่องสี่แผ่นดินในฉากทีคุณสายเล่าเรื่องให้คุณแช่มฟังเรื่องคุณสายหยุดเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า   เมื่อรู้ตัวว่าพลาดไม่มีโอกาสได้กิน หีบหลวงแล้วจึงคุยเพื่อไม่ให้เสียหน้าว่า        “หีบหลวง เขาไม่เห็นอยากกินเพราะซ้ำกับคนอื่นดาษดื่น     เวลาขึ้นก็เฟื่องฟูไปประเดี๋ยวเดียว แล้วก็ต้องไปหมอบประจําห้องเหลือง”      แสดงให้เห็นว่าในพระราชวังหรือที่ประทับของกษัตริย์ก็จะมีการแบ่งห้องต่างๆนี้โดยแต่ละสีก็จะมีการบ่งบอกถึงประโยชน์ของสถานที่และความหมายของที่นั้นๆ
       ดังนั้นความเป็นชาววังนั้นย่อมแตกต่างจากชาวสามัญชนคนธรรมดาอยู่แล้วอย่างแน่นอน     ด้วยทั้งกรรมวิธีต่างๆที่เห็นได้ชัดจากรูปแบบของการช่างสังเกตของคนสมัยก่อน การเสวยอาหารของชนชั้นสูง   ล้วนแล้วแต่อปลกและไม่เหมือนใคร    ทั้งการช็อปปิ้งที่เราดูเหมือนจะช็อปปิ้งและซื้อของง่ายกว่าชาววัง    รวมถึงการเล่นเพื่อนในสังคมไทยที่มีมาอย่างช้านานตั้งอดีตการรักร่วมเพศ     หญิงรักหญิง   ชายรักชาย   ที่กล่าวไว้ว่ามีการยอมรับ    ของสังคมไทยในปัจจุบัน   สีและความหมายของห้องต่างๆในสถานที่ประทับของชนชั้นสูงที่ล้วนแล้วแต้มีความหมาย  ที่แต่ละสีนั้น  ทั้งสีน้ำเงินสีเขียวและสีเหลือง รั่วแล้วแต่ให้ความหมายในตัวของมัน และแต่ละสีก็ยังบ่งบอกถึงประโยชน์ของการใช้สอยของห้อง   อย่างเช่นห้องที่ไม่มีใครโปรดปรานมากที่สุดนั่นก็คือห้องเหลือง   วิถีชาววังส่วนใหญ่จึงมีกฎระเบียบที่ค่อนข้างเคร่งครัดที่แตกต่างจากสามัญชนคนธรรมดาแต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยจารีตและประเพณีที่ค่อนข้างสวยงามอยู่มากอย่างเห็นได้ชัด เกี่ยวกับเรื่องของวิถีชาววัง
 

ที่มา : การทำความสะอาดเครื่องนุ่งห่มชาววัง . ศิลปะวัฒนธรรม (ฉบับ เมษายน 2548). ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
สืบค้นมาจาก . https://www.silpa-mag.com/history/article_8238?fbclid

ที่มา : อาหารชาววังเบื้องหลังโต๊ะเสวย . ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ 19  ฉบับที่ 10 (สิงหาคม 2541),หน้า 86-87
สืบค้นมาจาก . https://www.silpa-mag.com/culture/article_11195?fbclid

 ที่มา : สาวชาววังกับการช็อปปิ้ง . ศิลปวัฒนธรรม (ฉบับ มีนาคท 2547). ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
สืบค้นมาจาก. https://www.silpa-mag.com/history/article_8593?fbclid

ที่มา : หญิงสาวสยาม. เอนก นาวิกมูล. 2557. สำนักพิมพ์แสงดาว
สืบค้นมาจาก  . https://www.silpa-mag.com/history/article_12645?fbclid

ที่มา : เจ้าจอมห้องเหลือง หมายถึงอะไรใน “สี่แผ่นดิน”? ทำไมถึงไม่มีใครอยากเป็น?. ศิลปวัฒนธรรม (ฉบับ ธันวาคม 2561). ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
 สืบค้นมาจาก . https://www.silpa-mag.com/history/article_23865?fbclid



บทความ : การทำความสะอาด เครื่องนุ่งห่มชาววัง
บทความ : อาหารชาววังเบื้องหลังเครื่องเสวย
บทความ : สาวชาววังกับการช็อปปิ้ง
บทความ : หญิงสาวสยาม
บทความ : เจ้าจอมห้องเหลือง หมายถึงอะไรใน “สี่แผ่นดิน”? ทำไมถึงไม่มีใครอยากเป็น?.

นายรัชนาท จันทรักษ์
601011260
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
วิชาเอกประวัติศาสตร์



ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม